www.intex-story.com

The Online Shopping Mall

สิ่งของเหล่านี้เป็นสินค้าขายดี เมื่อจ่ายแทนเงินเดือน เท่ากับเพิ่ม เงินเดือนให้กับทั้งหมด หลังจากนั้นอีกหลายสิบปีให้หลัง ม่อเจ๋อหลน[1] แล่นเรือกลับประเทศ นำพริกไทยที่บรรทุกมากับลำเรือออกขาย ปรากฏ ว่าได้ราคาสูงกว่าที่ซื้อมาถึงหนึ่งหมื่นกว่าเท่า ดังนั้นพริกไทยกับไม้ชูมู่ที่ เจิ้งเหอซื้อกลับ

มา เป็นสิ่งของที่มีราคาถีบตัวสูงขึ้นตลอดเวลา

ถึงแม้ว่าหลังจากที่เจิ้งเหอแล่นเรือออกทะเลเจ็ดครั้ง การนำเข้า พริกไทยจำนวนมากท่าให้ราคาในท้องตลาดตกฮวบลง แต่นี่เป็น ปรากฏการณ์ของอุปทาน การทำให้สินค้าเหล่านี้เข้าถึงชาวบ้านร้าน ตลาดเป็นผลดีหรือผลเสีย หรือว่าการค้าเสริมส่วนขาดระบายส่วนเกิน มิใช่ ท่าให้ราคาสินค้าลดลง กลับทำให้สินค้ามีราคาสูงขึ้นไม่หยุดหย่อน?

เมื่อตลาดอิ่มตัว ไม่ทำกำไรมากมาย ผู้คนย่อมลดการนำเข้า สินค้าชนิดหนึ่ง การที่ใช้เป็นข้ออ้างโจมดีการแล่นเรือออกintex inflatable corner sofaทะเล ไม่เพียง แต่เป็นคำกล่าวที่นำละอาย คนหลงเชื่อยิ่งถือว่าโง่เขลา

เจิ้งเหอกล่าวอีกว่า “อีกประการเมื่อตอนพวกเราแล่นเรือออกทะเล ยังนำสินค้าไปเป็นจำนวนมาก ยกตัวอย่างเครื่องเคลือบ เวลาซื้อเพียงไม่ กี่สิบไม่กี่ร้อยเหรียญกษาปณ์ อย่างดีที่สุดก็เพียงไม่กี่ก้วนและไม่กี่สิบก้วน แต่เมื่อไปถึงต่างแดน ถาดเคลือบขาวลายดอกไม้ขายไค้ห้าร้อยอ้วน ชาม ขายไค้สามร้อยอ้วน ขวดก็ขายไค้ห้าร้อยอ้วน”

มันยิ้มพลางinflatable sofa bedกล่าวอีกว่า “ใต้เท้าชู พวกเราขายชามเคลือบหนึ่ง หมื่นใบ ไค้กำไรอย่างน้อยสามถึงห้าร้อยหมื่นอ้วน ไฉนบอกว่าเป็นการ สร้างความเดือดร้อนแก่ราษฎรและสิ้นเปลืองเงินทองของชาติบ้าน เมือง?”

“นิ...”

คำกล่าวของเจิ้งเหอมีหลักมีฐาน สุดที่จะโต้แย้งไค้ ชูเซียนต้อง ปากอ้าตาค้าง ขุนนางอื่นคิดช่วยผสมโรง แต่ยามกะทันหันนึกหาคำพูด

คัดค้านเจิ้งเหอไม่ได้

เซี่ยสินรับฟังถึงตอนนี้ ต้องยิ้มเล็กน้อย เดินออกมากล่าวว่า “เจิ้ง กงกงกล่าวผิดแล้ว”

เจิ้งเหอเห็นเซี่ยสินออกมาคัดด้าน ต้องงงงันวูบ หย่งเล่อฮ่องPull-Out Chair 68565เต้ที่ ประทับนั่งอยู่เบื้องสูงก็ทรงรู้สึกเหนือความคาดหมาย พระองค์ทรงทราบ

ว่าเซี่ยสินสนับสนุนการแล่นเรือออกทะเล พอทอดพระเนตรเซี่ยสินมาถึง ต้องลอบยินดี หวังว่าเซี่ยสินจะไต้กล่าวหักล้างเหล่าขุนนาง มิคาดเที่ย สินกลับคัดค้านด้วย

เหล่าขุนนางเห็นฝ่กว๋อกงคัดต้าน ล้วนกระหยิ่มยินดี ขุนนางยศ ชานอี้สำนักเป่ยจิงสิงไจ้หูเหวินหลง รีบกล่าวว่า “ไม่ทราบผู้กว๋อกงมื ความเห็นอันสูงส่งได ผู้น้อยขอทราบรายละเอียดด้วย”

เหล่าขุนนางก็พากันกล่าวว่า “ใช่แล้ว ขอให้ผู้กว๋อกงแจกแจงผล ไต้ผลเสียต่อฝ่าargosบาท”

 

 

[1] เฟอร์ดินานด์ มาเจอสัน นักเดินเรือรอบโลกคนแรก

Kommentare

บุตรชายของหม่าฮามู่นามทวอฮวนรวมแคว้นวาลาเป็นปีกแผ่น จากนั้น รุกคืบมาทางตะวันออก อาลู่ไถทั้งสู้รบกับทัพวาลาที่นอนเป่าลม intex 5 ฟุต ทั้งก่อการกับฐานที่ มั่นอูเหลียงฮาทั้งสาม คนในซนเผ่าขาดแคลนเสื้อผ้าอาหาร บ้างยอม จำนนต่อต้าหผิง บ้างยอมจำนนต่อทัพวาลา สุดท้ายอาลู่ไถน่าคนในซน เผ่าชุดสุดท้ายหนึ่งหมื่นสามพันกว่าคน อพยพไปยังภูเขาม่นาซาน มี สภาพอันแร้นแค้น ทวอฮวนยกทัพมาปราบปราม สังหารอาลู่ไถ ผนวก ตาร์ตาร์เข้ากับวาลา

ตอนนี้อาลู่ไถยังเสพสุขวาสนา ถือเป็นคนโชคดี แต่ว่ามันยังไม่ ล่วงรู้จุดจบอีกประการหนึ่ง จึงนึกแค้นเซี่ยสินจับใจ

เซี่ยสินไม่กลัวมันผูกใจเคียดแค้น หลังจากนี้คนผู้นี้ใค้แต่จับเจ่าอยู่ ที่เมืองเสิ่นหยาง ต่อให้ด่าทอผู้คน ด่าไปด่ามาเพียงไม่กี่ประโยค เปรียบ กับนักศึกษาแดนเจียงหนันซึ่งกำลังด่าทอมันสารพัดสารพัน ยังอ่อนด้อย กว่ามากนัก

นับแต่นี้อาลู่ไถไม่ต้องวุ่นวายกับกิจการภายในของแคว้นตาร์ตาร์อีก เรื่องทั้งหมดเป็นหน้าที่ของสำนักเหลียวตงตูซือ นับตั้งแต่สำนักเหลียว ตงตูชือได้รับนโยบายจากราชสำนักให้ดำเนินการต่อแคว้นตาร์ตาร์ ก็เริ่ม ขนส่งเสบียงมาจากทางทะเล แต่ว่าคิดทั้งขู่และปลอบให้ชาวตาร์ตาร์ ยอมจำนนไม่ยากนัก ปัญหาอยู่ที่การสวามิภักตั้ จึงดำเนินนโยบายอย่าง ต่อเนื่อง

ขั้นแรกคือการจัดสรรเสบียงและหญ้า ที่นอนเป่าลม tv directช่วยให้คนเลี้ยงสัตว์จำนวน มากไม่ต้องอดตายหลังทำสงครามในฤดูหนาว

เรื่องการค้าจัดส่งเสบียงมอบหมายให้พ่อค้าเกลือกับพ่อค้าเสบียง กระทำแทน ตอนนี้ราชสำนักแบกภาระมากมาย ไม่สามารถเหลียวแล พื้นที่ส่วนนี้ เมื่อเหล่าพ่อค้าขนส่งเสบียงมาถึงแดนเหลียวตง ก็ใช้วัตถุ และวัตถุ แลกโสมคน มุกตะวันตก วัวและแพะ ตลอดจนเครื่องหนังไป รูปแบบการค้านี้จะทำกำไรให้กับพ่อค้าอย่างมหาศาล

ดังนั้นพ่อค้าจำนวนมากแย่งกันขนส่งเสบียงมายังแดนเหลียวตง พอ

ย่างเช้าฤดูใบไม้ผลิ พวกมันก็ทยอยออกเดินทาง พวกมันไม่เพียงจัด ขึ้อข้าวจากแดนเจียงหนัน ยังนำเช้าข้าวจากประเทศทางตงหนันยา[1] ขั้น ตอนนี้มีส่วนช่วยเพิ่มพูนการค้าขายกับทางโพ้นทะเล ขณะเดียวกันก็ขยับ ขยายการขนส่งทางทะเล

เรือสินค้าสำแล้วสำเล่าใช้เส้นทางทางทะที่นอนเป่าลม intexเลมาถึงแดนเหลียวตง ช้าวสารจำนวนมากช่วยตรึงราคาข้าวสารแดนเหลียวตงไว้ ขณะเดียวกัน การนำเข้าข้าวสารจำนวนมาก ก็หลีกเลี่ยงมิให้พ่อค้าหน้าเลือดฉวย โอกาสเอาวัดเอาเปรียบคนเลี้ยงสัตว์ชาวตาร์ตาร์ จนสะกิดความโกรธ แค้นของซาวตาร์ตาร์ซึ่งเพิ่งยอมจำนนขึ้นมา

ข้าวเสบียงนำเช้า ส่วนวัวแพะสัตว์เลี้ยง ขนสัตว์และสินค้าพื้น เมืองถูกส่งออกไป ขั้นตอนนี้มืส่วนพัฒนาเศรษฐกิจของแดนเหลียวตง ซาวบ้านทั้งหลายค่อยพบว่า การศึกสงครามไม่แน่ว่าจะสร้างความเดือด ร้อนแก่ราษฎร บางครั้งยังช่วยเพิ่มความมั่งคั่งแก่พวกมัน

ตอนนี้สินค้าอันดับแรกของการแลกเปลี่ยนระหว่างแดนเหลียวตง กับแคว้นตาว์ตาร์คือม้า ม้าศึกเป็นยุทธปัจจัยทางทหาร ความจริงไม่ อนุญาตให้พ่อค้าธรรมดาค้าขาย แต่เซี่ยสินทูลขออนุญาตให้ฮ่องเต้ผ่อน ผันแก่แดนเหลียวตง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการค้าม้า ขณะที่สำนักเหลียวตง ที่นอนเป่าลม fridayปัเจิ้งซือเพิ่มภาษีของวัวและแพะ ก็ลดอัตราภาษีของการค้าม้า ดังนั้น ม้ามองโกลจำนวนมากถูกพ่อค้าที่หัวคิดไวนำเข้ามา

 

 

[1] เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Kommentare

ฮู่อาฮูหยินกล่าวว่า “หลังจากนั้นพวกท่านยืมมือเราควบคุมแคว้น วาลาไว้?”

เซี่ยสินลุกขึ้นอย่างช้า ๆ มันสูงกว่าฮู่อาฮูหยินหนึ่งช่วงศีรษะ เมื่อ เดินถึงช้างกายฮ่อาฮูหยิน ฮ่อาฮูหยินมีอาจไม่เงยหน้ามองดูมัน ที่นอน 3.5 ฟุตคล้าย กำลังแหงนมองยอดเขาที่สูงตระหง่านลูกหนึ่ง

เซี่ยสินก้มหน้าลงกล่าวว่า “ฮ่อาฮูหยิน ต่อให้ม้าดีวิ่งเร็วกว่านี้ ยัง ไม่อาจไล่กวดตามดวงอาทิตย์ที่ขอบฟ้าทัน ท่านไม่มีปีกยาว ไหนเลยบิน ขึ้นฟ้าได้ ท่านขึ้นเป็นประมุขแคว้นวาลายังไม่พอหรือ?”

เมื่อเซี่ยสินก้มศีรษะมองลงมา ฮ่อาฮูหยินที่ส่วนลึกของจิตใจนั้น เทิดทูนบูชาผู้เข้มแข็ง กลับบังเกิดความพลุ่งพล่านคิดหมอบกราบกราน ที่ผ่านมานางใฝ่ฝันหื้เนฟูเกียรติภูมิยุคเจ็งกิสข่าน ถึงแม้ตอนนี้แคว้นวาลา เช้าตาจน แต่นางยังไม่อาจยอมรับความจริงได้

ฮ่อาฮูหยินอดกล่าวมิได้ว่า “แต่ว่า...หากให้เรานำคนในชนเผ่า ศีโรราบต่อพวกท่าน เรา...เราจะเป็นคนบาปตลอดกาล...”

เขึ้ยสินทวนคำตลอดกาล หัวร่อดังๆ กล่าวว่า “เหลวไหล ในโลก ไหนเลยมีคำว่าตลอดกาล เราไม่เคยละเมอเพ้อฝันเช่นนี้ แม้แต่ฮ่องเต้ พวกเรายังบอกว่า หากด้าหมิงสามารถครองแผ่นดินสามร้อยปี พระองค์ ก็พอ'ใจแล้ว ฮ่อาฮูหยิน แผ่นดินไม่ได้เป็นแผ่นดินของคนคนเดียว มองโกลเคยศีโรราบต่อได้กิม สุดท้ายมองโกลล้มล้างได้กิม ไท่จู่ฮ่องเต้ ที่นอนเป่าลม intex 68757เราเป็นประชากรที่อยู่ภายใต้การปกครองของมองโกล แต่กีล้มล้าง ราชวงศ์มองโกล

“ไม่ว่าวัตถุเรื่องราวใดต้องมีวันตับสูญสลาย เมื่อรุ่งเรืองถึงที่สุดก็ เสื่อมโทรม นี่เป็นกฎเกณฑ์ที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง พืชเป็นเช่นนี้ สัตว์ เป็นเช่นนี้ ราชวงศ์ก็เป็นเช่นนี้ ไม่มีราชวงศ์ใดคงอยู่ตลอดไป นับแต่ตั้ง ประเทศ เติบโตแข็งกล้า เข้าสู่จุดเสื่อม แตกดับสูญสลาย หมุนเวียนเช่น นี้ตลอดไป หากว่าตอนนี้ยังเป็นราชวงศ์เซี่ย แม้แต่ราชวงศ์ซังและโจวก็ ไม่บังเกิดขึ้น

“หากว่าสักวันหนึ่งฮ่องเต้ไร้ทำนองคลองธรรม ขุนนางทุจริตคิดมี ชอบ ทั่วทั้งราชสำนักฟอนเฟะ ราษฎรทั้งแผ่นดินเดือดร้อนแสนสาหัส ย่อมมีคนขึ้นแทนที่ หากว่าเมื่อถึงเวลานั้นซนเผ่าของท่านมีคนทำตาม บัญชาสวรรค์ สามารถครองใจผู้คน มีความสามารถช่วงชิงแผ่นดิน ก็ ปล่อยให้ช่วงชิง เมื่อถึงเวลานั้นเราท่านล้วนฝังร่างกับพสุธา ลูกหลานรัก ดีหรือไม่รักดื พวกเรายุ่งเกี่ยวไต้หรือ?”

ฮ่อาฮูหยินรับฟังจนหวั่นไหวใจ ยามนั้นที่หน้าประตูกระโจมบังเกิด เสียงร้องดังว่า “ฮ่อาฮาถุน ใต้เท้าปาถูบัวหลอขอเข้าพบ”

เซี่ยสินไม่เข้าใจภาษามองโกล แต่ไต้ยินคำ “ปาถูบัวหลอ” อย่าง ชัดเจน ที่นอนเป่าลม ลาซาด้าพอฟังต้องลอบยินดี ครุ่นคิดขึ้น ‘ถานป้อทำตามคำสั่งสำเร็จ ชัก นำปาถูป้วหลอมาแล้ว’

ดังนั้นฉวยโอกาสกล่าวว่า “เป็นไร หากฮ่อาฮูหยินรับปาก เรา ท่านจะจับมือเป็นพันธมิตร หากท่านไม่รับปาก เราเชื่อว่าปาถูบัวหลอ ยินดีสวมบทบาทนี้แทน”

ฮ่อาฮูหยินก้มศีรษะครุ่นคิดชั่วขณะ สุดท้ายเงยหน้าขึ้น ยกมือยื่น ต่อเชื่ยสิน

ทั้งสองปรบมือกันสามครา เซี่ยสินค่อยกล่าวว่า “เราท่านออกไป รับมันเข้ามาเถอะ”

ขณะที่หันที่นอนเป่าลม โลตัสกาย เซึ่ยสินต้องลอบระบายลมจากปาก คิดอ่านในใจ ‘สตรีนางนี้ยากจัดการไต้จริงๆ’

Kommentare

ภายใต้ผลประโยชน์ล่อใจ ในสายตาของอาลู่ไถ ยืดถือติงอวี่เป็น ราชสำนักหมิง จึงออกไปต้อนรับ ชักน่าติงอวี่เข้ามา

ติงอวี่สังเกตเห็นทูตวาลานั้นติดตามอาลู่ไถเข้าออกกระโจม สีหน้า ท่าทีผิดปรกติอยู่บ้าง ไม่คล้ายเป็นคนของอาลู่ไถ มันพอนั่งเรียบร้อย จึง กล่าวถามอาลู่ไถว่า “ท่านอ๋อง ท่านนี้คือ...”

อาลู่ไถบื้นสีหน้าเป็นคับแค้นรันทด กล่าวว่า “โหวแหยยังไม่ทราบ ทัพวาลารุกรานมา เราสั่งให้ถูยาลูกเรานำชนเผ่าหนึ่งล่าถอยไปก่อน กลับintex Splash Lounge 68880 ถูกทัพวาลาจับคัวไป...”

ติงอวี่ใจหายวาบ ร้องโพล่งว่า “แม่นางอูหลันถูยาถูกจับคัวไป?” มันทราบเรื่องที่ครั้งกระโน้นอูหลันถูยาคิดลอบลังหารฝ่กว๋อกง สุดท้ายฝ่กว๋อกงปล่อยคัวนางไป ตอนนี้อูหลันถูยากลับถูกฝ่กว๋อโซฟาลม พกพากงส่งคัว ไปเป็นไส้ศึกที่ข้างกายอาลู่ไถ ติงอวี่ไม่โง่งม ทราบว่าความนี้มีเบื้องหลัง เคลือบแฝง พอฟังจึง

เกิดความตื่นตระหนกยิ่ง

อาลู่ไถกลับเข้าใจว่าติงอวี่หลงรักอูหลันถูยา พอทราบว่าหญิงคน รักถูกจับคัว จึงเสียกิริยาเช่นนี้ ดังนั้นกล่าวอย่างปวดร้าวใจว่า “ถูกแล้ว เราพอทราบข่าวก็ปวดร้าวใจ ตอนนี้พวกมันส่งคนมาเสนอแลกเปลี่ยน เชลย ใข้ถูยาแลกกับขุนพลวาลานามม่านตูลาถู...”

ติงอวี่ยินดียิ่งกล่าวว่า “อย่างนั้นก็แลกเปลี่ยนกัน”

อาลู่ไถกล่าวอย่างจริงจังว่า “ถูยาเป็นบุตรีบุญธรรมของเรา หาก สามารถแลกคัวนางกลับมา ย่อมเป็นความปรารถนาของเรา แต่ว่าเรา เก้าอี้เป่าลมไม่อาจทำเช่นนี้”

ติงอวี่งงงันวูบ ถามโพล่งว่า “นั้นเป็นเพราะเหตุใด?”

อาลู่ไถกล่าวว่า “โหวแหย ม่านตูลาถูนั้นเผาเสบียงของเรา ทั้ง ลงมือฆ่าฟัน สองมือแปดเบื้อนโลหิตของคนในชนเผ่าเรา...”

ติงอวี่ขมวดคิ้วกล่าวว่า “นึ่มิใช่ความแค้นส่วนคัว เมื่อสองทัพทำ สงคราม ย่อมปราศจากความเมตตากรุณา ตอนนี้การศึกยุติ หรือจะ ปล่อยให้เชลยถูกฝ่ายตรงข้ามฆ่าทิ้ง อย่างมากก็แลกเปลี่ยนคนกลับมา หากว่าไม่ยินยอม ก็สู้รบกันใหม่”

อาลู่ไถกล่าวว่า “โหวแหยกล่าวมีเหตุผล แต่ฝ่ายเราก็มืขุนพล นามอาเอ่อซือเหลิงตกอยู่ในมือของทัพวาลา เราเป็นประมุขตาร์ตาร์ ไหนเลยปล่อยให้เรื่องส่วนตัวอยู่เหนือส่วนรวม หากคิดแลกเปลี่ยนเชลย ก็ต้องแลกตัวอาเอ่อซือเหลิงกลับมา”

ติงอวี่คิดกส่าวกระไร แต่คำพูดมาถึงมุมปาก พลันกลํ้ากลืนเอาไว้ ตอนนี้การศึกระหว่างแคว้นวาลากับตาร์ตาร์ขยายใหญ่โต แดน เหลียวตงจำต้องสอดมือเข้าไปก่อนกำหนด ความจริงคิดรอจนกำลังของ อาลู่ไถถูกลิดรอนหมดสิ้น ต่อยเข้าครอบครองแคว้นตาร์ตาร์ ทั้งอาศัย การแจกจ่ายเสบียง เสื้อผ้า และกระโจม ผนวกซาวตาร์ตาร์เข้ามาอยู่ ภายใต้การปกครองของราชสำนักหมิง ยามใดที่ชนเผ่าเลี้ยงสัตว์อยู่ใน โซฟาลม ราคาถูกความควบคุมของราช

Kommentare

จี้กังสวนคำว่า “เราวิเศษตลอดมา หลังจากนี้ยังจะวิเศษกว่านี้ แต่ ผู้ที่เป็นอริกับเรา ยากจะมึผลที่ดี ใต้เท้าเฉินเห็นว่าใช่หรือไม่?”

เสี่ยวอิงยืนอยู่หลังฝูงซน มองลูท่าทีอันเหิมเกริมของจี้กัง ในใจ บังเกิดความชิงชังรังเกียจ กัดฟันหมุนตัวเดินออกไป

เสี่ยวอิงรีบรุดถึงประตูเมือง ต้องลอบคราครวญในใจ ที่แท้ม่าน พลบคาคลี่คลุม ผู้คนที่เข้าออกประตูเมืองบางตาลง intex inflatable corner sofaช่วงเวลานี้ทหารเต้า

ประตูเมืองจะตรวจสอบผู้คนเข้าออกละเอียดถี่ถ้วนกว่าเดิม เสี่ยวอิง ปลอมตัวอย่างลวก ๆ หากถูกตรวจออกว่าเป็นสตรีปลอมเป็นบุรุษ... เสี่ยวอิงลังเลเล็กน้อย แล้วหันหัวม้ากลับไป ตอนนื้ใค้แต่เสาะหาโรงเตี๊ยม เข้าพัก รอถึงวันพรุ่งนี้ผู้คนหนาตา การตรวจค้นหลวมคลายแล้วต่อยจาก ไป

วันรุ่งขึ้น มีคนมาถึงบ้านพักร้อนตระถูลหยางเชิงเขาฉิอเหล่าดั้งแต่ เขา กลับเป็นซิงเหลยกับเฟยเร่อเว่ยที่ไม่เคยแยกจากกันมาก่อน

เมื่อวานนี้ฉีเจียงเพิ่งรุดมา หากเดินทางเชื่องช้า ตอนนี้ยังไม่กลับ ถึงนครหลวง สร้างความประหลาดใจยิ่ง ไม่ทราบนครหลวงเกิดเรื่องอันใด ซิงเหลยแจ้งข่าวดีให้ทราบ ข่าวคราวเป็นเฉินตงซึ่งเป็นขุนนาง เถี่ยสิงกวนค่ายตงฉ่างส่งถึงตึกฝ่กว๋อกง ผู้ที่อยู่เฝืาตีกฝ่กว๋อกงส่งต่อ มายังขบวนมังกรซ่อน ขบวนมังกรซ่อนเห็นสมควรแจ้งต่อกว๋อกง จึงส่ง พวกมันมารายงานว่าเฉินอิงต่อกรกับจี้กังแล้ว

กรมความมื่นคงแผ่นดินถืออำนาจอยู่ในนครหลวง ส่วนค่ายตง ฉ่างเพิ่งจัดดั้ง ไม่ว่าขุมกำลัง อิทธิพล และอำนาจไม่อาจเทียบเปรียบกับ กรมความมื่นคงแผ่นดิน แต่ไม่ได้หมายความว่าค่ายinflatable futonตงฉ่างไม่มีการ กระทำ หากแต่ค่ายตงฉ่างจับตาดูทุกความเคลื่อนไหวของกรมความ มั่นคงแผ่นดินตลอดเวลา

นี่ไม่เพียงเพราะเซึ่ยสินกับจี้กังไม่ลงรอยกัน แต่ว่าหน่วยงานลับ ทั้งสองแทบมีอำนาจคล้ายกัน ปฎิบ้ดิหน้าที่เดียวกัน จึงเกิดการประชัน ชันแข่งกัน คราครั้งนี้การคัดเลือกซึ่วหนี่อยู่ในความรับผิดชอบของกรม ความมั่นคงแผ่นดินกับที่ทำการยิ่งเทียนฝ่และขันทีฝ่ายใน มู่เอินแห่งค่าย ตงฉ่างเป็นขันทีอันคับสามในวัง จึงวางหูตาอยู่ในหน่วยงานดังกล่าว

แม้แต่ลี่จ่าง (ผู้ใหญ่บ้าน) เล็กๆ คนหนึ่ง ยังมีสิทธิพิเศษช่วยเหลือ ญาติมิตรไม่ถูกดัดเลือกที่วหนึ่ อย่าว่าแต่ครอบครัวขุนนาง ต้าจิ่ว (พี่ชาย ภรรยา) ของเฉินอิงเพียงเป็นหนึ่งในจำนวนขุนนางที่ใช้สิทธิพิเศษ แต่

เนื่องจากมันแอบอ้างความสัมพันธ์ของเฉินอิง เฉินอิงกับจี้กังกสับไม่ลง รอยกัน ผู้ที่รับผิดชอบการคัดเลือกที่วหนี่เป็นจี้กัง ดังนั้นข้อมูลที่ดู เหมือนไม่มีประโยชน์นี้พอถึงมือเฉินตงintex ukค่ายตงฉ่าง ก็ถูกหยิบยกให้นำมา ใช้สอย

เฉินตงรีบรายงานต่อมู่เอิน มู่เอินก็อาศัยช่องทางภายในวัง สั่งให้ ขันทีน้อยตรวจสอบหลานสาวของเฉินอิง จุดชนวนความขัดแย้งระหว่าง เฉินอิงกับจี้กังเป็นผลสำเร็จ เพียงแต่มู่เอินขาดความติดอันลึกซึ้งชั่วร้าย หลังจากจุดชนวนความขัดแย้งของทั้งสองฝ่ายขึ้นไม่ทราบขยายผลอย่างไร พวกมันจึงจัดส่งข้อมูลนี้แก่เที่ยสิน

เที่ยสินทราบว่าเจี้ยจี้นถูกเฉินอิงให้ร้ายจนถูกเนรเทศไปยังอันนัมintex 68566จึงติดจับผิดเฉินอิง พอฟังเห็นว่าเรื่องนี้สามารถฉกฉวยได้ แต่ยังนึกไม่ ออกว่าสมควรใช้เป็นประโยชน์อย่างไร

ขังเหลยเห็นเที่ยสินเคาะโต๊ะหนังสือ ใช้ความติดใคร่ครวญ จึงยก ถ้วยชาขึ้นจิบดื่ม ดื่มเพียงสองอึก พลันนึกถึงเรื่องหนึ่ง ต้องอุทานดังอา ออกมา

Kommentare

 

จี้กังไต้รับมอบหมายงานที่ดีอีกเรื่องหนึ่ง สร้างความยินดียิ่ง รีบ กล่าวว่า “เนินรับด้วยเกล้า เนินจะตัดเลือกสาวงามทั่วประเทศโซฟาลม พกพา pantip...”

หย่งเล่อฮ่องเต้ตรัสตัดบทว่า “ไม่ต้องวุ่นวายถึงเพียงนั้น เพียง ตัดเลือกสาวงามจากพื้นที่ยิ่งเทียนผู้สักแปดร้อยนางเข้าวังก็พอ”

จี้กังพอออกจากวัง ก็สั่งให้จับกุมคน

กรมความมั่นคงแผ่นดินที่เตรียมพร้อมอยู่ก่อนจึงเคลื่อนไหวใน บัดดล จงชังไห่น่าขบวนถึฉีไปยึดบ้านของยาซื่อเถึยมู่เอ๋อในนครหลวง ส่วนจี้โหยวหนันน่าขบวนถึฉีอีกขบวนหนึ่งไปจับตัวยาซื่อเถึยมู่เอ๋อที่ค่าย ทหาร

พระราชกระแสของฮ่องเต้เมื่อรับสั่งออกมา ก็ขึ้นอยู่กับการ ดีความของผู้คนระตับล่าง หากไม่มีพระราชกระแส จี้กังยังไม่กล้าแตะ ต้องยา'ซื่อเถียม่เอ๋อ เมื่อมีพระราชกระแส จี้กังก็กล้าจัดการกับยาซื่อ เถึยม่เอ๋อจนตาย

ยาซื่อเถึยมู่เอ๋อคิดไม่ถึงว่าจี้กังจะผูกใจอาฆาตถึงเพียงนี้ เพียง เพราะรื่าร้องด่าทอกลางถนนไม่กี่ดำ มันก็ลงมือต่อตนเองด้วยอำมหิต ถึง แม้ยาซื่อเถึยมู่เอ๋อคุมกำลังทหารอยู่ในมือ แต่ฝ่ายตรงข้ามจัดขบวนม้า

ถีฉีมาทำตามกฎหมาย จึงไม่กล้าต่อสู้ขัดขืน

คนของกรมความเก้าอี้เป่าลมมั่นคงแผ่นดินไม่ถอดเครื่องแบบของมัน จงใจ บยามหยันมัน จับยาซื่อเลียม่เอ๋อมัดพันธนาการอย่างแน่นหนา ลากดึง อยู่หลังม้า ประจานไปตามท้องถนน ตลอดรายทางดึงดูดสายตาผ้คนนับ ไม่ถ้วน

 

เหล่าบัณฑิตคล้ายสัตว์เล็กที่ถูกขังอยู่ในกรง ทุกคนปลุกปลอบ สมาธิทำข้อสอบอย่างคราเคร่ง

ที่ลานตึกอันแคบเล็ก ห้องหับขนาดเล็กจุดไฟริบหรี่ ถังบัสสาวะที่ มุมห้องส่งกลิ่นเหม็นสาบฉุนเฉียว บัณฑิตทั้งหลายผมเผ้ายุ่งเหยิง สีหน้า ท่าทีกลับกระตือรือร้นคึกคัก

การสอบสามรอบกินเวลาเก้าวัน ทั้งหมดต้องจัดเตรียมตะเกียง นํ้ามัน อาหารและเครื่องครัวมาเอง ขดคัวอยู่ในห้อง กลางวันเข้าสอบ แข่งขัน กลางคืนพักผ่อนในห้อง คนที่ร่างกายอ่อนแอพอสอบเสร็จ ถึง กับล้มป่วยลง แต่นี่เป็นทางออกเพียงหนึ่งเดียวของนักศึกษา เป็นด่าน สำคัญของปลาหลีฮื้อกระโจนข้ามประตูมังกร ทุกคนล้วนกลากลืนป็นทน

ไม่ทราบมีคนมากน้อยเท่าใดสอบตั้งแต่วัยเด็กถึงวัยหนุ่ม จากวัย หนุ่มสอบถึงวัยกลางคน และจากวัยกลางคนสอบจนผมหงอกขาว นัก ศึกษาทั้งวัยหนุ่ม กลางคน และวัยชราทั้งสามรุ่นรวมอยู่ในห้องสอบ ใช้ ความพยายามเป็นครั้งสุดท้าย

ในจำนวนนี้มีคนใช้กลโกง ทั้งที่เป็นชาวใต้ แด่เนื่องเพราะรีวิว โซฟาเป่าลมทางการ ตั้งเกณฑ์สำหรับทางเหนือตรกว่า จึงแอบอ้างความสัมพันธ์ เปลี่ยนภูมิ

 

ลำเนาเป็นซาวเหนือ ทุกคนต่างอกสั่นขวัญแขวน กลัวถูกเจ้าหน้าที่คุม สอบจับออกได้

ตามโรงเตี๊ยมบนถนนก้งเอี้ยนพักเต็มไปด้วยคนท้องถิ่นและคน ต่างถิ่น ล้วนเป็นผู้มีฐานะดี ติดตามมาดูแลบัณฑิตที่เข้าสอบแข่งขัน ทุก วันพวกมันจะชงซาป้านหนึ่งนั่งแช่อยู่ในโรงเตี๊ยม สนทนาเรื่อยเป็อย หัวข้อที่พูดถึงไม่พ้นเรื่องเล่าเกี่ยวกับการสอบแข่งขัน

วันนี้มีชายกลางคนที่แสดงว่าเป็นคนท้องถิ่นคนหนึ่ง ดึงดูดความ สนใจของเครือญาติตลอดจนพ่อบ้านของบัณฑิตที่มาสอบแข่งขัน เนื่อง เพราะมันบังเอิญแพร่งพรายว่า ก่อนประกาศผลสอบ มันสามารถสืบ ทราบผลสอบของผู้เข้าสอบ เนื่องเพราะมันมีญาติทำงานอยู่ไนกรม พิธีการ

กล่าวไปนึ่ไม่นับเป็นความสามารถอันใด รอถึงเวลาสอบเสร็จ ทุก ประการล้วนกำหนดแน่นอน ต่อให้ล่วงรู้ถึไม่อาจเปลี่ยนแปลงอันใด แต่ การสอบทั้งสามรอบกินเวลาเก้าวัน หลังจากนั้นยังต้องรอคอยอย่างยาว นาน ล่าหรับกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง นับเป็นการเคี่ยวกรำอย่างยิ่ง หาก สามารถล่วงรู้ก่อนย่อมดึกว่า โซฟาลม พกพา ราคาดังนั้นผู้คนต่างเอาอกเอาใจมัน

 

Kommentare

ซึ่งความจริงฮาลือฮาไม่ได้ไล่กวดตามพวกมน คํ่าคืนที่หม่าฮามู่ บุกตีค่ายที่อยู่ภายใต้การดูแลของฮ่อาฮูหยิน ฮาลือฮาพอตีมาถึง แทบฆ่า หม่าฮาม่ไต้ หม่าฮามู่พอหลบหนีกลับค่าย ก็ส่งเด็ก สตรี และคนชรา ออกเดินทาง จากนั้นรวบรวมกำลังสู้รบกับฮาลือฮาหลายรอบ จนกระทั่ง ไท'ผิงกับปาถูปัวหลอยกกำลังมาถึง

ทั้งสามพอรวมไพร่พล ก็มีกำลังกล้าที่นอนเป่าลม tv directแข็งกว่าฮาลือฮา กลายเป็น ฝ่ายไล่ล่าฮาลือฮา ฮาลือฮาเปลี่ยนเป็นใช้สงครามจรยุทธ์ ล่อให้กำลังทั้ง สามฝ่ายไล่กวดตาม รอจนชนเผ่าที่จงรักภักดีต่อฮาลือฮารุดมาสมทบ ก็ เป็ดฉากตอบโต้

ผลการตอบโต้ปรากฎว่าไท่ผิงถูกลูกธนูยิงใส่หน้าอก ถึงแม้ไม่ถึง กับคร่าชีวิต แต่ไพร่พลของไท่ผิงบาดเจ็บล้มตายสาหัส ไฟผิงเกิดความ คิดเอาตัวรอด อ้างว่าคิดรักษาบาดเจ็บถอนตัวไป

ปาถูปัวหลอเห็นเซ่นนั้น ก็เกิดความคิดเอาตัวรอด ยามสู้รบไม่ ลงแรงแขงขัน ทั้งหลีกเลี่ยงจากการปะทะกับศัตรู ปล่อย'ให้หม่าฮาม่สู้รบ ขั้นแตกหักกับฮาลือฮา

หม่าฮามู่แม้ขุ่นแค้น แต่ก็อับจนปัญญา เมื่ออ๋องทั้งสามไม่ร่วมใจกัน ก็มิใช่คู่มือของฮาลือฮา หลังจากทำศึกเพลี่ยงพลํ้าติดต่อกัน หม่าฮามู่ไต้ แต่หลบหนีกลับพื้นที่ตนเอง ฮาลือฮาก็ติดตามมาอย่างไม่ลดละ

หม่าฮามู่ทางหนึ่งหลบหนี ทางหนึ่งสั่งการถึงชนเผ่าในสังกัด ให้ ส่งกำลังมาช่วยเหลือ จนใจที่ฮาลือฮาคิดตามมาอย่างเร่งร้อน กำลังหนุน ที่นอนเป่าลม fridayไม่หันยกมา ไต้แต่หลบหนีต่อไป จนกระทั่งฮาลือฮาเผชิญกับปาเกินที่ ตุ้มกันคณะผู้แทนพระองค์ต้าหมิงอพยพหลบหนี

นี่สมควรบอกว่าการเสียเวลาของคณะผู้แทนพระองค์ต้าหมิงกลับ เป็นการส่งเสริมหม่าฮามู่ หม่าฮามู่พอสมทบกับปาเกิน พอตีต้านทาน กำลังของฮาลือฮาไว้ สุดท้ายฮาลือฮาถอนทัพกลับไป

บนพื้นหญ้าเต็มไปด้วยซากศพ คราบโลหิตเป็นหย่อมๆ ใน ซากศพที่ระเกะระกะ บางครั้งบังเกิดเสียงครวญครางดังออกมา ไพร่พล ของหม่าฮามู่ที่สะสางสมรภูมิสู้รบ ทำการตรวจสอบซากศพทุกซาก หาก ว่าเป็นคนของฝ่ายตรงข้าม ขอเพียงยังมีลมหายใจอยู่ จะแทงซาดาบ หนึ่ง

ปาเกินสั่งตั้งค่ายบนเนินที่ห่างไป เมื่อคืนมันตระเตรียมตั้งค่าย หน่วยสอดแนมก็รายงานว่าพบเห็นกำลังฝ่ายตนถูกศัตรูไล่กวดตาม จึง รีบยกกำลังไปช่วยเหลือ ปล่อยให้ค่ายกระโจมมีสภาพยุ่งเหยิง

เจ้าจื่อจินเห็นเช่นนั้นก็ออกค่าสั่ง ไห้ค่ายที่มั่นของตนเองเว้นระยะ ห่างจากชาววาลา ตั้งก่อกองไฟอยู่รอบค่าย หลังกองไฟปักธงมังกรขนด ของด้าหมิง ธงเจ้าชีวิตของด้าหมิงพอปักตั้ง กำลังของฮาลือฮากับหม่า ฮามู่สู้รบจนเลือดหลั่งเป็นท้องธาร ยังไม่กล้ารุกลํ้าเข้ามาแม้ลักก้าวเดียว เด็ก สตรี และคนชราซาววาลาเห็นเช่นนั้น ก็หลบหนีมายังค่ายที่มั่นของ ด้าหมิง กลับรักษาชีวิตไว้

เจ้าจื่อจินหยุดม้าบนเนินสูง ทอดตามองสมรภูมิที่นอนเป่าลม pantipสู้รบที่มีสภาพ

ยับเยิน

เชียสินกระตุ้นม้าถึงข้างกายมัน กล่าวเบาๆ ว่า “เราหารือวิธีการ ตํ่ดต่อกับว่านสงหลิ่ง ตั้งกำหนดกิจกรรมความเคลื่อนไหวของมันขึ้น พวกเราสมควรจากไปแล้ว”

เนื่องเพราะอยู่ท่ามกลางผู้คนหมู่มาก เจ้าจื่อจินไม่สะดวกกับการ แสดงความเคารพต่อเซี่ยสิน เพียงเพ่งตาไปเบื้องหน้า รับค่าดังอืมม์ครา หนึ่ง

ที่เบื้องหน้า หม่าฮามู่ที่ถูกโลหิตชโลมชุดยาว น่าปาเกินกับคน สนิทอีกหลายคนควบม้ามายังค่ายที่มั่น ทุกคนสวมหมวกเกราะเอียง กระเท่เร่ สีหน้าอิดโรยอ่อนเพลีย

เจ้าจื่อจินกระตุกสายบังเหียน นำราชองครักษ์แปดนายเข้ารับหน้า “ใต้เท้าผู้แทนพระองค์ เราผู้เป็นอ๋องละอายยิ่ง ที่นอนเป่าลม lazadaกลับสร้างความ ลำบากแก่ใต้

Kommentare

ซย่าอวี้จิ'นพลิกตัวอีกที กอดเอวนางไว้แล้วเบียดกระแซะเช้ามา เยยเจาจับจ้องหลังคาเหนึอเตยงในความมืด เริ่มวาดแผนการเดนหมาก ในอนาคตใหม่อีกครั้ง จากนั้นก็หลับไปไม่ลึกนัก

ดาวประกายพรืกปรากฏขึ้นที่ขอบฟ้าเงยบๆ ไกโก่งคอขันรับอรุณ แสงตะวันแรกลอดผ่านหน้าต่างเช้ามา พาให้ในห้องโซฟาลม ราคาถูกสว่างขึ้นทีละน้อย

ซย่าอวี้จนตื่นแล้วขยี้ตา รู้สึกว่าตัวเองอยู่ในที่ที่แปลกตามาก ไม่คล้าย ห้องหนังสึอ ไม่คล้ายห้องนอนของอนุภรรยาและเมียบ่าว ไม่คล้ายหอคณ์กา ไม่คล้ายเรือสำราญ แล้วก็ไม่ค่อยจะคล้ายเรือนของพวกสหายเสเพล อีกทั้ง เนื้อตัวยังอึดอัดราวกับถูกของหนักกดทับอยู่

ผ่านไปพักใหญ่กว่าเขาจะคิดขึ้นได้ว่าตัวเองนอนกับภรรยาทั้งคืน คนข้างกายที่กอดเขาอยู่คือเยี่ยเจา?

ซย่าอวี้จิ่นตื่นโซฟาเป่าลมอเนกประสงค์เต็มตากะทันหัน แด'แล้วก็นึกขุ่นเคืองเมื่อประจักษ์ว่า ตัวเองถูกนางใช้ทั้งมือและเท้ากอดไว้ในอ้อมอก ถูกทับอยู่ด้านล่าง มุมปาก นางยังดูคล้ายประตับรอยยิ้มเยาะเยย เห็นแล้วชวนให้ไม่ลบอารมณ์ยิ่ง มืลามืบ้านไหนกันที่ปล่อยให้ภรรยานอนคร่อม ซย่าอวี้จิ่นดิ้นจนหลุดจากอ้อมแขนของเยิ่ยเจาโดยไม'รอช้าแล้วค่อย ยกขาตัวเองก่ายบนตัวนาง ป่าวประกาศว่าดนเหนึอกว่า ผ่านไปครู่หนึ่งเขา ยังติงว่าไม่พอ เหยยดมือออกไปกอดนางไว้อีก จัดท่าทางให้ถูกต้องตาบ ตำแหน่งชายบนหญิงล่างอย่างสมบูรณ์ อึงได้พยักหน้าอย่างพออกพอใจแล้ว แกล้งหลับต่อไปเพื่อรอนางตื่นขึ้น

ดูเหมือนเยิ่ยเจายังไม่ตื่น นางเป็นลุกรหรือไร โซฟาเป่าลม intexชย่าอวี้จนรออยู่นานสองนาน รู้สึกเมื่อยขบไปหมดเลยยันกายลุกขึ้นนั่ง เขาก้มหน้ามอง เห็นเรือนผมยาวหยักศกน้อย ๆ ของนางทิ้งตัวสยายอยู่ บนหมอน ปิดบังวงหน้าคมเข้มดุตันไว้ กลับบันดาลให้นางแลดูอ่อนโยน มุ่มนวลลงเล็กน้อย

เขาหยิบผมปอยหนึ่งขึ้นมาอย่างเบื่อหน่าย พอขยำในอุ้งมือก็รู้สึกเพียง ว่าเส้นผมละเอียดอ่อนนุ่มมือดี ละม้ายคล้ายขนสัตว์ ด้วยเหตุนี้เขาเกิด นึกสมุกขึ้นมา เอาเล้นผมของนางพันกันไปมา ซํ้ายังกักเป็นเปียกับผูกเงื่อนเล่น เยิ่ยเจาทนไม่ไหวในที่สุด พล็กกายขึ้นนั่ง ลางผมให้เช้าที่เช้าทางแล้ว

ถลืงตาใส่เขาแวบหนึ่งอย่างโกรธๆ ''บ้าที่สุด!"

ซย่าอวี้จิ่นก้มหน้างุด ทาไม่รู้ไม่ชี้ด้วยความละอายใจ นั่งอย่างสงบเสงี่ยม เสมือนโซฟาลม พกพา pantipไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้น

เยี่ยเจาถอนหายใจเฮือกหนึ่งพลางนวดขมับ นางเลิกผ้าห่มออกแล้ว ลง

จากเตียง พบว่าสายรัดเอวดูเหมือนจะคลายออกตอนนอน

เนื่องจากนางปกปิดฐานะจนเป็นนิสัย เวลาอยู่ในค่ายทหารเรื่องส่วนตัว มากมายตองลงมือกระทำเอง ส่งผลให้จนบัดนี้ยังไม่เคยชินที่จะให้บ่าวไพร่ ปรนนิบ้ติตนอาบนํ้าผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า นางจงไม่เรียกคนเข้ามา แก้ลายรัด เอวออกเองแล้วหยิบอาภรณ์ที่เตรียมไว้เมื่อคืนมาสวมอีกครั้ง

Kommentare

 

■เป็นเดรัจฉานหริอไม' หากมิได้ลงไปคลุกคสิด้วยตัวเองก็คงมองไม่ แจ่มชัด"

รอคอยอยู่ราวครึ่งชัวยามคณะทูตจึงเยื้องโซฟาลม ราคาถูกย่างมาถึง มีรถซึ่งบรรทุก ของขวัญจนเต็มสิบกว่าคันอยู่เบื้องหน้า ในนั้นล้วนเป็นหนังสัตว์ทุกสีลัน วางเรียงเป็นกองๆ ยังมีม้าพันธุดีที่เพาะเลี้ยงกันเฉพาะในตงชย่าอืกหลายตัว ทั้งหมดนี้เป็นของขวัญที่จะมอบให้แก่แคว้นด้าฉิน

ผู้ที่ตามมาด้านหลังขบวนคอองค์ขายอนั่วแห่งตงซย่า เขามีเรีอนร่าง สูงเก้าเชียะ ควบขี่อาชาพ่วงพีสีดำที่สูงใหญ่อย่างยิ่ง ผิวกายดำคลํ้า กล้ามเบื้อ ทุกมัดครัดเคร่งแข็งแรงประหนงสัตว์ป่า เรีอนผมยาวประบ่ากักเป็นเปียหลวมๆ ลองสามเล้นอย่างง่ายๆ อาภรณ์ขลบรีมด้วยหนังสัตว์อย่างสวยงาม ตกแต่ง ด้วยทองกับกระดูกสัตว์เทอะฑะมากมาย รูปหน้าคมสันบึกบึนราวกับตึจาก เหล็กกล้า จมูกโด่งสูง นัยน้ตาสินั้าตาลอ่อนคมกรีบมีชีวตชีวา ดูคล้าย พญาเหยิ่ยวกลางหาว

ทุกคนกล่าวชมเป็นเสียงเดยวกัน

"รูปโฉมเช่นนี้ เรีอนร่างเช่นนี้ ท1วงท่าเช่นนี้...สมเป็นชายชาตรีแท้ๆ ลำพังแค่ยนนี้งอยู่บนหี้นก็คล้ายเป็นคนหนังทองแดงกระดูกเหล็กก็ไม'ปาน ดูท่าทางก็รูว่าเขี่ยวชาญในเรึ่องการต่อสู้ฆ่าพัน'

 

ซย่าอวี้จิ่นเห็นข้อเปรียบเทียบกับร่างกายที่ผอมบางและรูปโฉมสุภาพ ของตัวเองแล้วก็ทั้งอิจฉาริษยาและโกรธเคือง ปรารถนาว่าตนจะโซฟาเป่าลมอเนกประสงค์มีเรือนร่าง กำยำลาสันตังเช่นองค์ชายอีนั่วบ้างเหลือเกิน จะได้จับภรรยาตัวดีมาแทะโลม อย่างลาลมใจ ให้นางได้ลิ้มรลความอับอายดูบ้าง ทั้งยังสามารถอบรมลังสอน นางได้ว่าอะไรคือว่านอนสอนง่าย วันหน้าสามีบอกให้ไปซ้ายก็ห้ามไปขวา บอกให้ไปขวาก็ห้ามไปซ้าย

จนแล้วจนรอดความเพ้อฝันก็คือความเพ้อฝัน เขาถอนหายใจยาว เฮือกหนึ่ง หันหน้ากลับมาอย่างห้อแห้ กลับเห็นเยี่ยเจากำลังมองเขาอยู่เงยบ ๆ เขาก็อดถามขึ้นมีได้

■เจ้าไม่สนใจองค์ขายอินั่วรี''

■ไม่เห็นมีอะไรขวนมอง,

ซย่าอวี้จิ่นไม่เข้าใจ "เพราะอะไร,

เยี่ยเจากวาดตามององค์ขายอินั่วแวบหนึ่ง เอ่ยอย่างปรามาส "ผู้พ่ายโซฟาลม พกพา pantipแพ้ด้วยนํ้ามีอข้าไยคู่ควรให้เอ่ยถึง"

ภาพเพ้อฝันในห้วงคาน้งหายวับไปในพริบตา ซย่าอวี้จิ่นบังเกิดความรู้ลืก ชั่ววูบ อยากกัดภรรยาให้บ้วยมรณาขึ้นมาฉับพลัน

ยามราตรี จักรพรรดิจัดงานเลี้ยงพระราชทานที่หอหวนไมตรี ขุนนาง บุ๋นบู๊ทั้งหลายมาร่วมงานกันพร้อมหน้า

ถึงผู้ตรวจการนครหลวงจะเป็นขุนนางขั้นผู้น้อย แต่หนานผิงจวิ้นอ๋อง เป็นบรรดาตักดที่ไม่เล็กเลย เขาจึงอยู่ในรายฃี่อที่ได้รับเชิญด้วย ทว่าเขาจะ ปรากฏตัวขึ้นหรือไม่จักรพรรดิหาได้ใส่ใจ เพียงกำชับให้เยี่ยเจามาร่วมงาน

ชย่าอวี้จิ่นไม่ค่อยอยากไปเช่นกัน เพราะถึงอย่างไรเขาก็กินพระกระยาหาร โซฟาเป่าลมของจักรพรรดิจนเบื่อแล้ว อึกทั้งการออกไปข้างนอกพร้อมเยี่ยเจาก็มักมีคน มาถามนั่นถามนี่ หมายจะดูเรื่องตลกชวนหัวของพวกเขา กอปรกับเขายัง ขุ่นข้องหมองใจที่ถูกภรรยาท่าร้ายความรู้สึกหนักหนาสาหัสเกินไป ไม่อยาก ไยดีนาง

 

Kommentare

 

ซิวหวากับชิวสุ่ยกุมหัวร้องโอดโอย มองท่านแม่ทัพใหญ่อย่างตัดพ้อ พลางกล่าวแก้ตัวนํ้าขุ่นๆ

"รังแกที่ไหนกันเจ้าคะ"

"ยังจะกล้าเฉไฉ? พวกเจ้าไม่รังแกเขา มืหรัอที่เขาจะออกจากห้องข้า อย่างร่าเริงแต่ก้าวออกจากประตูไปอย่างฉุนเฉียว" เยิ่ยเจาดุสั่งลอนต่อ "แต่ละ คนดีแต่หาเรื่องปวดเดียรเวัยนเกล้ามาให้ จะต้องก่อกวนจนเริอนลุกเป็นไฟถึง จะพอใจใช่หรือไม่"

หญิงสาวทั้งสองมองตากันปริบๆ หลังจากนิ่งเงียบไปชั่วเวลาสั้นๆ โซฟาเป่าลม intexซิวหวาขึ้งเป็นคนขวานผ่าซากก็เก็บความในใจไว้ไม่อยู่ ชงเอ่ยขึ้นก่อน

'ท่านแม่ทัพ พวกเราไม'ชอบขึ้หน้าเขาเลย! บุรุษไร้ค่าที่เติบโตขึ้นมา อย่างสุขสบายบนกองเงีนกองทอง มีบริวารห้อมล้อมเอาใจ หนักไม่เอาเบา ไม่สู้ ท่านไม่รังเกิยจเขานับว่าเป็นบุญกุคลที่เขาสั่งสมมาสามขาติ! เขากลับ รังเกิยจท่านก่อนเสียทีที่ท่านดีต่อเขาขนาดนั้นไม่คุ้มค่าเลยจริงๆ! คนนัดซบ ไม่มีนํ้ายาและไร้ยางอายพรรค์นี้สุ่มลี่สุ่มห้าเลือกหมาแมวลักตัวจาก สามเหล่าทัพของเราล้วนเหนอกว่าเขาทั้งสิน!"

ซิวลุ่ยพูดเสริม

"อย่างเช่นกุนซิอหูยังดีกว่าเขาเป็นหนิ่นเท่า ทั้งยังเคารพเชื่อฟังท่าน หากท่านให้เขาแต่งท่านเป็นภรรยา เขาจะต้องไม่ปริปากลักค์าก็..."

 

"เจ้าจิ้งจอก?" เยี่ยที่นอนเป่าลม 6 ฟุตเจานึกขันในวาจาไร้ลาระของพวกนาง "อย่าพูดจา ส่งเดช เขาจะต้องไม่ปริปากลักคำก็ปาดคอก่อนแล้วกระโดดที่นอนเป่าลม โฮมโปรนํ้าตายทีหลัง พวกเจ้ายังเด็ก มีเรื่องราวในอดีตมากมายที่ไม่รู้..."

ในครั้งนั้นบิดาของหูชิงเป็นอาจารย์อยูไนสกุลเยี่ย ส่วนหูชิงเป็นเด็กรับใช้ ซึ่งติดตามพี่ชายคนรองของนาง ฟังอาจารย์ลอนอยู่ข้างห้องเรียน

เยี่ยเจาเรียนหนังสือไต้ยั้าแย่ พี่ชายคนรองก็มีไต้ดไปกว่านางเท่าไร ส่วนหูชิงที่อายุน้อยกลับฉลาดหลักแหลม เป็นเด็กด็รู้ความ ไต้รับฉายาว่า เป็นเด็กอัจฉริยะมาแต่ไหนแต่ไร คนในสกุลเยยเอ่ยลงเขาไม่มีคนใดไม่กล่าวขม ครั้นมองดูเด็กไม่เอาไหนลองคนของตระกูลตัวเองก็อดทุบกำปันกับฝ่ามือตน พลางทอดถอนใจมีไต้ มักยกคนทั้งสามมาเปรียบเทียบกันเสมอ อย่างเข่น 'ดูหูชิงสิ แล้วดูเจ้าสิ' ไม่ก็ 'เด็กเหลอขอเข่นเจ้าลองคนรวมกันแล้วรู้ความไต้ ครึ่งหนึ่งของหูชิง ข้าคงอายุยืนอีกสิบปี'

เยี่ยเจามีนิสัยถือตนเป็นใหญ่ ไหนเลยจะรับฟังคำพูดเหล่านี้ นางพา สหายเกเรมากลั่นแกล้งหูชิงหนักมือยงกว่าเติม หาข้ออ้างลังลอนเขาแทบจะ วันเว้นวัน ท่าเอาบนตัวเขามีรอยฟกข่าเป็นจิ้า ๆ ตามจุดที่มองไม่เห็นจาก ภายนอก เพยงเพี่อขับไล่พวกเขาพ่อลูกไป

หูชิงทำเพี่อบิดา ปิดบังเรื่องนี้เอาไว้ สะกดกลั้นไม่พูดออกมา แต่ในใจ โซฟาลม พกพา pantipกลับเกลยดขังเยยเจาเข้ากระดูกดำ อยากเติบโตโดยไวเพี่อไปสอบรับราชการ ไต้เป็นขุนนํ้าขุนนางหวนคืนสู่บ้านเกิดอย่างมีหน้ามีตา แล้วค่อยหาโอกาส ข่าระแต้นกับนางอย่างลาลม ต่อมา...

ความใฝ่ฝันของเด็กหทุ่มไม่มีเรื่องราวต่อมา วันนั้นเปลวเพลงปะทุขน

 

Kommentare
Mehr


Sie sind Besucher Nr.

Gratis Homepage von Beepworld
 
Verantwortlich für den Inhalt dieser Seite ist ausschließlich der
Autor dieser Homepage, kontaktierbar über dieses Formular!